ความสำคัญของการสร้างเสริมสมรรถภาพกายและสมรรถภาพจิต
การสร้างเสริมสมรรถภาพทางกาย และ สมรรถภาพทางจิตเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นสำหรับทุกชีวิตการที่จะดำรงชีวิตอยู่อย่างปกติ
การทำให้ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ จิตใจมีความสุข ความพอใจ ความสมหวังทั้งตนเองและผู้อื่น ผู้ที่มีสมรรถภาพกายและสมรรถภาพจิตที่ดีจะปฏิบัติหน้าที่ประจำวันได้ดี และมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าเป็นการเรียน หรือ การทำงาน การที่สุขภาพกาย และ สุขภาพจิตของเรานั้นมีความปกติและสมบูรณ์ดีจะทำให้เรามีความสุข แต่ในทางกลับกัน ถ้าสุขภาพกาย และ สุขภาพจิตของเราผิดปกติหรือไม่สมบูรณ์ เราก็จะรู้สึกว่ามีความทุกข์ ดังนั้นเราจึงควรบำรุงรักษาและส่งเสริมสุขภาพกายและสุขภาพจิตเป็นประจำสม่ำเสมอ
สิ่งที่จำเป็นสำหรับชีวิตของทุกคนในปัจจุบันเป็นที่ยอมรับว่า การรู้จักดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิตนั้นเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะช่วยให้ชีวิตอยู่ได้ด้วยความสุขสมบูรณ์ และ มีคุณภาพที่ดี
แนวทางในการสร้างเสริมสมรรถภาพทางกาย และ สมรรถภาพทางจิต
บุคคลที่มีสุขภาพทางกาย และ สุขภาพทางจิตที่สมบูรณ์แข็งแรงดีอยู่แล้วควรที่จะดำรงรักษาสมรรถภาพที่ดีนั้นเอาไว้อย่าให้เสื่อมลงได้ และสำหรับบุคคลที่มีสมรรถภาพทางกายและสมรรถภาพทางจิตที่ไม่ดีนักก็ควรที่จะสร้างเสริมสมรรถภาพให้ดียิ่งขึ้น โดยมีแนวทางในการสร้างเสริมสมรรถภาพทางกาย และ สมรรถภาพทางจิตดังนี้ดังนี้
แนวทางในการสร้างเสริมสมรรถภาพทางกาย
๑. รู้จักพัฒนาสมรรถภาพทางกายในแต่ละด้าน ดังนี้
- การสร้างเสริมความทนทานของระบบหมุนเวียนเลือด กระทำได้โดย วิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน เต้นแอร์โรบิก เป็นต้น ต้องปฏิบัติติดต่อกันอย่างน้อย 20 – 30 นาทีต่อครั้ง และให้วัดการเต้นของหัวใจให้ได้ 150 – 180 ครั้งต่อนาที
- การสร้างเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ กระทำโดยการใช้น้ำหนักตัวเอง เช่น ดันพื้น ดึงข้อ บาร์เดี่ยว บาร์คู่ และใช้อุปกรณ์พวกดัมเบล บาร์เบล สปริง การปฏิบัติต้องปฏิบัติเร็วๆ ใช้เวลาน้อย เช่น ในการยกดัมเบลหรือบาร์เบล ให้ยก 1 – 3 ชุด ชุดละ 4 – 6 ครั้ง โดยใช้เวลาพักระหว่างชุด 3 – 4 นาที
- การสร้างเสริมความทนทานของกล้ามเนื้อ ให้กระทำเช่นเดียวกับความแข็งแรงแต่ให้ปฏิบัติซ้ำหลายครั้ง ปฏิบัติช้าๆ และแต่ละครั้งให้ใช้เวลานาน
- การสร้างเสริมความยืดหยุ่นหรือความอ่อนตัว กระทำโดยการยืดกล้ามเนื้อและการแยกข้อต่อส่วนต่างๆ เช่น กล้ามเนื้อหัวไหล่ ยืดกล้ามเนื้อหลัง แยกข้อต่อสะโพก เป็นต้น ให้คงการยืดไว้ประมาณ 5 – 10 วินาที ในการฝึกครั้งแรก และค่อยเพิ่มระยะเวลาขึ้นไห้ได้ 30 – 45 วินาที
- การสร้างความคล่องแคล่วว่องไว กระทำโดย การวิ่งเร็ว การวิ่งกลับตัว เป็นต้น
๒. การสร้างสมรถภาพทางกายแต่ละครั้ง ให้ปฏิบัติตามขั้นตอน ดังนี้
- การอบอุ่นร่างกาย ( Warm Up ) โดยการวิ่งเบาๆ และบริหารข้อต่อทุกส่วนเป็นเวลาประมาณ 5 – 15 นาที
- ปฏิบัติกิจกรรมสร้างสมรรถภาพทางกาย โดยในแต่ละครั้งให้ปฏิบัติครอบคลุมในทุกๆ ด้าน ได้แก่ ความอดทนของระบบการหมุนเวียนเลือด ความอดทน และแข็งแรงของกล้ามเนื้อและความอ่อนตัว และใน 1 สัปดาห์ ควรทำการสร้างเสริมสมรรถภาพทางกายอย่างน้อย 3. – 5 วัน โดยให้ปฏิบัติวันละ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง
แนวทางในการสร้างเสริมสมรรถภาพทางจิต
การสร้างเสริมสมรรถภาพทางจิตสามารถทำได้โดยการนั่งสมาธิซึ่งมีหลักในการหายใจง่ายๆ ดังนี้
การทำสมาธิโดยการกำหนดลมหายใจคือการที่ผู้ปฏิบัติบรรจุอากาศลงไปในปอดโดยการจินตนาการว่า ปอดมีสามส่วน ดังนี้
๑. ส่วนท้อง
๒. ส่วนหน้าอก
๓. ส่วนหัวไหล่
โดยมีหลักในการหายใจเข้าคือ เริ่มจากบรรจุอากาศโดยการดันท้องออก แล้วตามด้วยการบรรจุอากาศโดยการขยายหน้าอก และสุดท้ายบรรจุอากาศโดยการยกหัวไหล่ขึ้น
ส่วนการหายใจออกจะทำช้าๆ โดยการกลับขั้นตอนการหายใจเข้าคือ เริ่มจากขับอากาศออกโดยการปล่อยให้หัวไหล่กลับมาอยู่ระดับปกติ แล้วตามด้วยการขับอากาศออกโดยการปล่อยให้หน้าอกกลับมาเป็นปกติ และสุดท้ายขับอากาศออกโดยการทำให้หน้าท้องยุบลง
ซึ่งวิธีการหายใจเหล่านี้ จะคล้ายๆ กับโยคะ ซึ่งมักจะใช้การกำหนดลมหายใจเป็นส่วนศูนย์กลาง
การฝึกการหายใจ จะทำให้การหายใจลึก และนานขึ้นกว่าเดิม ทำให้ประสิทธิภาพ ในการขนส่งออกซิเจนไปยังกล้ามเนื้อเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ความเครียด และความวิตกกังวลลดลง นอกจากนี้ จะทำให้ประสิทธิภาพของระบบไหลเวียนโลหิต และระบบหายใจเพิ่มสูงขึ้นด้วย รวมทั้งสมาธิในการออกกำลังกาย หรือการแข่งขันกีฬาก็จะเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย
ความคิดเห็น
ความสำคัญของการสร้างเสริมสรรถภาพทางกาย และสมรรถภาพทางจิต
เนื่องจากสมรรถภาพทางกายและสมรรถภาพทางจิตมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก ทั้งช่วยให้การทำงานเป็นไปด้วยดี และ มีประสิทธิภาพ เนื่องจาก การทำงานของเรานั้น ต้องมีทั้งการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการทำงาน และ การขยับกล้ามเนื้อ หากเรามีสมรรถภาพทางกายที่แข็งแรงการขยับกล้ามเนื้อส่วนต่างๆของร่างกายก็จะเป็นไปได้อย่างคล่องแคล่ว ไม่รู้สึกเจ็บปวด และเมื่อเราพบเจอปัญหาที่หนักหนาเราก็จะมีกำลังใจที่แข็งแกร่งที่จะทำการแก้ไขปัญหา และเราก็จะมีสติ ปัญญาที่จะแก้ไขปัญหานั้นๆด้วย
จากที่กล่าวมาข้างต้นนั้นจะเห็นว่าการใช้ชีวิตประจำวันของเรานั้นหากขาดสุขภาพกาย และสุขภาพจิตที่ดีไปนั้น การดำรงชีวิตของเราก็จะลำบาก และ ทำให้เรารู้สึกเป็นทุกข์อย่างยิ่ง
ประโยชน์ที่ได้จากการสร้างเสริมสมรรถภาพทางกาย และ สมรรถภาพทางจิต
๑. สมรรถภาพทางกาย ช่วยให้เราดำเนินกิจกรรมต่างๆ ทั้งกิจกรรมที่ต้องการการเคลื่อนไหวอย่างมาก หรือ กิจกรรมที่จำเป็นต้องใช้การเคลื่อนไหวเฉพาะส่วนของร่างการ ได้อย่างคล่องแคล่ว และ ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานๆ หลายชั่วโมง
๒.สมรรถภาพทางจิต ช่วยให้เราสามารถเผชิญหน้ากับปัญหาที่จะเกิดขึ้นมาโดยที่เรา ตั้งตัวได้ หรือ ตั้งตัวไม่ได้ก็ตาม และ เราก็สามารถแก้ไขปัญหานั้นๆได้อย่างดี และ มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังช่วยให้เราอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุขอีกด้วย
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
ตอบลบ